ขนลุก ป้าเห็นวิญญาณน้องพิมพ์เดินในบ้าน เผยนิสัยแท้จริงหลานสาว

เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณี น.ส.ภัทรวดี หรือ น้องพิมพ์ อายุ 24 ปี พนักงานร้านสะดวกซื้อ เสียชีวิตปริศนาภายในหอพั...




เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณี น.ส.ภัทรวดี หรือ น้องพิมพ์ อายุ 24 ปี พนักงานร้านสะดวกซื้อ เสียชีวิตปริศนาภายในหอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ และเร่งติดตามคนร้าย เพราะเชื่อว่ามีคนทำให้น้องพิมพ์เสียชีวิต ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปก่อนหน้านี้นั้น



ล่าสุด ญาติพี่น้องได้นำร่างของน้องพิมพ์กลับมาถึงบ้านเพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางบรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติสนิท เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน ชาวบ้าน และหน่วยงานราชการ ทยอยเดินทางมาร่วมแสดงความไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง โดยครอบครัวได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 4 รูป มาสวดพระอภิธรรม เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่น้องพิมพ์ ขณะที่บรรดาญาติและเพื่อนสนิทยังคงอยู่ในความเศร้าโศก ต่างร่วมกันส่งน้องพิมพ์เป็นครั้งสุดท้าย ในโอกาสนี้ นายศรัณย์ศักดิ์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้มอบหมายให้ นายนวน โทบุตร นายอำเภอสังคม เดินทางมาเป็นตัวแทนมอบพวงหรีด เพื่อแสดงความไว้อาลัยและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของน้องพิมพ์ด้วย
สำหรับกำหนดการในวัน 20 ก.ย. 69 ครอบครัวจะเคลื่อนร่างของน้องพิมพ์ไปประกอบพิธีฌาปนกิจศพตามประเพณี หลังเสร็จสิ้นพิธีจะนำอัฐิของน้องพิมพ์ไปบรรจุไว้ในธาตุภายในวัดสีวลี ตามประเพณีของชาวอีสาน เพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นสถานที่ให้ครอบครัวได้กราบไหว้รำลึกถึงผู้เสียชีวิตต่อไป
นายต๋อง อายุ 25 ปี เพื่อนสนิทของน้องพิมพ์ เปิดเผยว่า ตนเองกับพิมพ์เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่จำความได้ ทั้งคู่เติบโตมาในหมู่บ้านเดียวกัน เรียนหนังสือมาด้วยกัน และใช้ชีวิตไปไหนมาไหนด้วยกันมาโดยตลอด จึงมีความผูกพันกันอย่างมาก เมื่อทราบข่าวว่าพิมพ์เสียชีวิต ยอมรับว่ารู้สึกช็อกและเสียใจอย่างมาก จนทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าจะต้องมาสูญเสียเพื่อนที่รู้จักและเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ส่วนกระแสในโลกออนไลน์ที่มีผู้เข้ามาคอมเมนต์ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับตนเองเป็นคนลงมือก่อเหตุ นายต๋องระบุว่า เข้าใจว่าบุคคลภายนอกอาจเกิดข้อสงสัย เนื่องจากตนกับพิมพ์มีความสนิทสนมกันมาก แต่รู้สึกน้อยใจกับข้อความบางส่วน โดยเฉพาะคอมเมนต์ที่มีลักษณะพาดพิงหรือกล่าวถึงตนโดยตรง และบางข้อความเป็นการแสดงความคิดเห็นเกินกว่าข้อเท็จจริงที่ตนรับรู้ ต๋องกล่าวอีกว่า สิ่งที่ทำให้รู้สึกช็อกคือการเห็นบางคอมเมนต์ที่มีลักษณะเหมือนผู้โพสต์รู้รายละเอียดมากกว่าคนใกล้ชิด ทั้งที่ตนเป็นเพื่อนกับพิมพ์มาตั้งแต่เด็กและอยู่ใกล้ชิดกับผู้เสียชีวิตมาโดยตลอด
สำหรับผู้ที่เข้ามาคอมเมนต์พาดพิงและระบุถึงตนโดยตรง ต๋องยืนยันว่าเตรียมพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย หากพบว่าข้อความดังกล่าวเข้าข่ายทำให้ได้รับความเสียหาย เพื่อปกป้องสิทธิและชื่อเสียงของตนเอง พร้อมขอให้การแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และไม่พาดพิงหรือกล่าวหาบุคคลอื่นโดยไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน
ขณะที่นางลุน อายุ 66 ปี ป้าของน้องพิมพ์ เปิดเผยถึงกำหนดการและความรู้สึกของครอบครัวว่า เดิมครอบครัวตั้งใจจะประกอบพิธีฌาปนกิจในวันนี้ แต่เนื่องจากตรงกับวันพระและพระสงฆ์ติดกิจนิมนต์ จึงจำเป็นต้องเลื่อนพิธีออกไปเป็นวันที่ 20 ก.ย. 69 หลังจากประกอบพิธีฌาปนกิจแล้ว ครอบครัวจะนำอัฐิของน้องพิมพ์ไปบรรจุไว้ที่ธาตุภายในวัดสีวลี ตามประเพณีของชาวอีสาน

นางลุนยังเล่าด้วยความสะเทือนใจว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ตนฝันเห็นน้องพิมพ์เดินเข้ามาภายในบ้าน โดยก่อนหน้านี้ครอบครัวได้ทำพิธีจุดธูปเอ่ยปากเชิญดวงวิญญาณของน้องพิมพ์ให้เดินทางกลับบ้าน จึงรู้สึกเหมือนหลานสาวได้กลับมาหาครอบครัวแล้ว เมื่อถามถึงนิสัยใจคอของน้องพิมพ์ นางลุนบอกว่า หลานสาวเป็นคนขยัน นิสัยดี เรียบร้อย และไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับใคร ทั้งกับคนในครอบครัวและบุคคลภายนอก
นางลุนเล่าว่า ก่อนหน้านี้น้องพิมพ์เคยทำงานที่ร้านสะดวกซื้อในพื้นที่ อ.สังคม จ.หนองคาย แต่ต้องหยุดพักงานเนื่องจากมีอาการป่วย เมื่ออาการดีขึ้นจึงไปทำงานที่ร้านอาหารบริเวณท่าโขง ก่อนจะมีเพื่อนชักชวนไปทำงานที่ จ.อุดรธานี ด้วยความขยันและต้องการหารายได้มาช่วยครอบครัว น้องพิมพ์จึงขอยืมเงินญาติจำนวน 2,000 บาท เพื่อเป็นค่าเดินทางและค่าเช่าห้องพักร่วมกับเพื่อน โดยน้องพิมพ์เพิ่งย้ายไปทำงานที่ จ.อุดรธานี ได้ประมาณ 3 เดือนกว่า ก่อนจะเกิดเหตุสลดขึ้น



ด้านนางพานทอง อายุ 45 ปี แม่ของน้องพิมพ์ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้สภาพจิตใจยังไม่สามารถทำใจกับการสูญเสียลูกสาวได้เลย และตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าคนก่อเหตุเป็นใคร แม่และญาติอยากรู้มากว่าคนร้ายคือใคร ครอบครัวยังคงเฝ้ารอคำตอบและความคืบหน้าจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ คุณแม่กล่าวอีกว่า ความหวังสูงสุดในเวลานี้คืออยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดคดีและติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว โดยเฉพาะก่อนที่จะมีการประกอบพิธีฌาปนกิจศพของลูกสาว
นางพานทอง กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้รับการติดต่อแจ้งความคืบหน้าทางคดีเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการ แต่ทางครอบครัวยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ส่วนเรื่องดวงวิญญาณของลูกสาว คุณแม่เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่เคยฝันเห็นน้องพิมพ์ แม้ตนจะพยายามบอกกล่าวตั้งแต่ช่วงเดินทางไปรับร่าง ขอให้ลูกมาเข้าฝัน และช่วยเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ได้โดยเร็ว
คุณแม่กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้เจ้าหน้าที่เร่งคลี่คลายคดี เพื่อให้ครอบครัวได้รับคำตอบและความเป็นธรรมกับการสูญเสียที่เกิดขึ้น พร้อมขอให้ผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงปรากฏและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป “อยากให้จับคนร้ายให้ได้เร็วที่สุด ก่อนที่จะทำพิธีเผาศพ อยากให้นำตัวคนร้ายมาขอขมาต่อหน้าลูก ถ้าเขามาขอขมา ลูกจะได้สบายใจ หมดห่วง และไปสู่สุคติ” คุณแม่กล่าวตอนท้าย
สำหรับคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีและคลี่คลายข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ต่อไป โดยวันจันทร์ที่ 21 ก.ย. 69 ผล DNA จะออกมา คงจะรู้ว่าใครกันแน่ทำร้ายน้องพิมพ์จนเสียชีวิต



You Might Also Like

0 comments