June 23, 2026
แจ้งด่วน! คลัง ประกาศเตือน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายเก่าทุกคน
June 23, 2026วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งเปิดให...

วันที่ 19 มิถุนายน 2569 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ซึ่งเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนและยืนยันตัวตนตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน 2569 และจะสิ้นสุดในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ ได้เข้าถึงสวัสดิการพื้นฐานของภาครัฐอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นายลวรณ กล่าวว่า ขณะนี้ยังมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเก่าอีกกว่า 730,000 คน ที่ยังไม่ได้ดำเนินการลงทะเบียนยืนยันตัวตน จึงขอให้เร่งดำเนินการภายในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 ก่อนเวลา 23.00 น. เนื่องจากหากไม่ยืนยันตัวตนภายในระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิและถูกตัดสิทธิออกจากโครงการทันที ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมจำนวน 13.17 ล้านคน โดยมีผู้ดำเนินการลงทะเบียนยืนยันตัวตนสำเร็จแล้ว 12.44 ล้านคน
สำหรับช่องทางการลงทะเบียนและยืนยันตัวตน มีทั้งหมด 5 ช่องทาง ได้แก่
1. แอปพลิเคชันเป๋าตัง
2. แอปพลิเคชันทางรัฐ
3. เว็บไซต์ของโครงการ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
4. เครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย
5. ธนาคารรัฐ ได้แก่
– ธนาคารกรุงไทย
– ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
– ธนาคารออมสิน
– ธนาคารอาคารสงเคราะห์
– ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ส่วนกลุ่มผู้มีสิทธิอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 1.04 ล้านคน ขณะนี้มีผู้ดำเนินการลงทะเบียนแล้วเกือบครบถ้วน เหลือผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนเพียง 4,108 คนเท่านั้น
ขณะที่กลุ่มประชาชนที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าวและประสงค์ขอรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐเป็นครั้งแรก ล่าสุดมีผู้แสดงความจำนงลงทะเบียนแล้วกว่า 5.17 ล้านคน โดยผู้สนใจยังสามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ผ่านหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเมืองพัทยา จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569
นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากปิดรับลงทะเบียนแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบและคัดกรองคุณสมบัติของผู้ขอรับสิทธิทุกกลุ่ม ทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม กลุ่มผู้ตกหล่นที่อยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวง พม. รวมถึงผู้ลงทะเบียนใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
2. แอปพลิเคชันทางรัฐ
3. เว็บไซต์ของโครงการ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th
4. เครื่องเอทีเอ็มของธนาคารกรุงไทย
5. ธนาคารรัฐ ได้แก่
– ธนาคารกรุงไทย
– ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
– ธนาคารออมสิน
– ธนาคารอาคารสงเคราะห์
– ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
ส่วนกลุ่มผู้มีสิทธิอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่มีรายชื่ออยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จำนวน 1.04 ล้านคน ขณะนี้มีผู้ดำเนินการลงทะเบียนแล้วเกือบครบถ้วน เหลือผู้ที่ยังไม่ลงทะเบียนเพียง 4,108 คนเท่านั้น
ขณะที่กลุ่มประชาชนที่ไม่อยู่ในฐานข้อมูลดังกล่าวและประสงค์ขอรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐเป็นครั้งแรก ล่าสุดมีผู้แสดงความจำนงลงทะเบียนแล้วกว่า 5.17 ล้านคน โดยผู้สนใจยังสามารถยื่นคำขอลงทะเบียนได้ผ่านหน่วยงานในพื้นที่ อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเมืองพัทยา จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569
นายลวรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังจากปิดรับลงทะเบียนแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตรวจสอบและคัดกรองคุณสมบัติของผู้ขอรับสิทธิทุกกลุ่ม ทั้งผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม กลุ่มผู้ตกหล่นที่อยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและกระทรวง พม. รวมถึงผู้ลงทะเบียนใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้องและตรงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
จากนั้นจะมีการสรุปผลการตรวจสอบคุณสมบัติ และประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ประจำปี 2569 ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ต่อไป พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงการคลังยืนยันว่า การพิจารณาคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิในครั้งนี้ จะไม่ใช้เกณฑ์การนำข้อมูลการลดหย่อนภาษีจากการอุปการะบิดามารดามาเป็นเงื่อนไขในการตัดสิทธิผู้ลงทะเบียนแต่อย่างใด
























