เศรษฐีนีช้ำ ซื้อบ้าน 300 ล้าน สุดท้ายวิวถูกบัง เครียดป่วยซึมเศร้า
May 13, 2026เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่บ้านหรู ย่านตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัด สมุทรปราการหลังจากเพ...

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ หมู่บ้านหรู ย่านตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัด สมุทรปราการหลังจากเพจเฟซบุ๊ก ดราม่าไทยแลนด์ ลงข่าวเกี่ยวกับ เศรษฐีนีวัย 64 ปี ทุ่มเงินทั้งชีวิตกว่า 300 ล้านบาท ซื้อบ้านหรูหวังใช้ชีวิตบั้นปลายชมวิวสนามกอล์ฟชื่อดัง แต่สุดท้ายต้องช้ำใจ หลังถูกนำตาข่ายและต้นไม้ใหญ่ปิดบังทัศนียภาพ จุดติดตั้งนั้น กลับมาตกอยู่ที่บ้านของผู้เสียหายเพียงหลังเดียว

ทีมข่าวได้ลงพื้นที่สัมภาษณ์ “คุณใจ” หญิงอายุ 64 ปี เจ้าของบ้าน ว่า ตนตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงพิเศษติดสนามกอล์ฟ พร้อมปลูกสร้างบ้าน มูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท ด้วยความตั้งใจจะใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติและชมวิวสนามกอล์ฟในมุมที่สวยที่สุดของโครงการ
คุณใจ ผู้ร้องเรียน เปิดเผยว่า ตนเองได้สะสมเงินมาทั้งชีวิตเพื่อซื้อบ้านในฝันที่มีบรรยากาศติดสนามกอล์ฟ โดยอยู่อาศัยมานานหลายสิบปีโดยไม่มีปัญหาใดๆ แต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทางสนามกอล์ฟได้นำต้นไม้ใหญ่มาลงและขึงตาข่ายปิดบังทัศนียภาพ ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ของผู้ขายในตอนแรกที่ใช้ “วิวสนามกอล์ฟ” เป็นจุดขายหลัก ทำให้ทัศนียภาพที่เคยโล่งสวยงามถูกบดบังทั้งหมด” คุณใจ กล่าว

สาเหตุที่ทางสนามกอล์ฟชี้แจง คือมีเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันร้องเรียนว่า ลูกกอล์ฟกระเด็นเข้าบ้าน จึงต้องติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน แต่คุณใจตั้งข้อสังเกตว่า เพื่อนบ้านหลังดังกล่าวอยู่มานานกว่า 30 ปี และเพิ่งมาร้องเรียนในช่วงหลัง อีกทั้งจุดที่ติดตั้งตาข่ายและต้นไม้กลับมาอยู่บริเวณหน้าบ้านของเธอเพียงหลังเดียว
“ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วยประธานหมู่บ้านและผู้จัดการหมู่บ้าน ได้พยายามเข้าเจรจากับทางสนามกอล์ฟและทำหนังสือร้องเรียนไปแล้ว แต่ไม่ได้รับความร่วมมือหรือการแก้ไขใดๆ โดยระบุว่าในบรรดาบ้านที่ล้อมรอบสนามกอล์ฟกว่า 20 หลัง มีเพียงบ้านของตนหลังเดียวเท่านั้นที่ถูกกระทำการในลักษณะนี้” คุณใจ กล่าว

คุณใจ ยืนยันว่า ไม่เคยมีปัญหากับเพื่อนบ้าน และไม่ได้เป็นผู้ร้องเรียนกับสนามกอล์ฟ แต่กลับเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ พร้อมตั้งคำถามว่า หากปัญหาเกิดที่บ้านเพื่อนบ้าน เหตุใดจึงไม่ไปติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันในจุดนั้น ทางสนามกอล์ฟข้ออ้างว่าจุดที่ติดตั้งตาข่ายป้องกันเป็นจุด ทีออฟ (จุดเริ่มตี)
คุณใจ ระบุว่า เธอพยายามเสนอแนวทางแก้ไข เช่น การขยับจุดตี หรือการติดตั้งอุปกรณ์ในพื้นที่ที่เกิดปัญหาโดยตรง บ้านไหนร้องเรียนก็ไปติดตั้งป้องกันให้บ้านนั้น แต่เธอไม่ได้รับการตอบรับจากทางสนามกอล์ฟ โดยทางสนามกอล์ฟ อ้างว่า ฝั่งเพื่อนบ้านไม่ยินยอมให้ดำเนินการติดตั้งตาข่ายในจุดนั้น
คุณใจ กล่าวต่อว่า ตอนนี้คือสุขภาพจิตค่อนข้างจะแย่ เมื่อก่อน ตนทำงานหนักเพื่อจะหาเงินมาสร้างบ้าน แล้วเราก็มีรายได้ของบ้านหลังนี้ โดยการติดต่อของกองถ่ายละคร-ภาพยนตร์ มาถ่าย ก็จะมีรายได้ตรงนี้เลี้ยงจุนเจือครอบครัว แต่ ณ ปัจจุบันนี้ หนังละครก็ไม่มาถ่ายแล้วฃ แล้วเวลาเราทำงานเหนื่อยๆ มา เราก็จะมานั่งพักดูวิวสนามกอล์ฟ เราก็มีความรู้สึกสดชื่น แต่ ณ ตอนนี้คือสุขภาพจิตเราก็ไม่ดี ก็เครียดมาก กลายเป็นโรคซึมเศร้า ก็นอนไม่ค่อยหลับ

“ตนต้องการให้คืนสภาพพื้นที่เหมือนเดิม คือไม่มีตาข่ายและต้นไม้บดบังเหมือนบ้านหลังอื่น ๆ อีก 20 หลังที่ติดสนามกอล์ฟ ซึ่งยังคงเปิดโล่งตามเดิม ตนอยากเรียกร้องให้สนามกอล์ฟ คืนสภาพภูมิทัศน์ให้กับบ้านของเธอตามเดิม” คุณใจ กล่าวทิ้งท้าย

กระทรวงมหาดไทย สั่งด่วนที่สุด! ถึงผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ
May 13, 2026วันนี้ (13 พ.ค.69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในโทรสารด่วนที่สุด สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให...

วันนี้ (13 พ.ค.69) นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในโทรสารด่วนที่สุด สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ดำเนินมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด จริงจัง และต่อเนื่องในทุกพื้นที่ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย คุ้มครองสิทธิของประชาชน และส่งเสริมบรรยากาศการท่องเที่ยวให้มีความปลอดภัยและเหมาะสม

สำหรับแนวทางการปฏิบัติงานที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้กำชับ มีทั้งสิ้น 5 ประการ ดังนี้
1. กำชับการบูรณาการความร่วมมือ: ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บูรณาการการทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค ตำรวจภูธรจังหวัด ตรวจคนเข้าเมือง หน่วยงานด้านความมั่นคง สำนักงานจัดหางานจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเน้นย้ำในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ
2. การปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต: เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และเคร่งครัดตามกรอบของกฎหมาย หากพบการกระทำผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือชาวต่างชาติ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือผ่อนปรนใด ๆ
3. มาตรการป้องปรามและปราบปราม: ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการป้องปรามและปราบปรามการกระทำผิดทุกรูปแบบ อาทิ การลักลอบประกอบอาชีพโดยผิดกฎหมาย การประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินี การค้ายาเสพติด การกระทำอันเป็นภัยต่อความมั่นคง การสร้างอิทธิพล การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาวุธ การพนัน และการค้ามนุษย์
4. สร้างการรับรู้ความเข้าใจ: สร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ให้เคารพกฎหมาย วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของประชาชนไทย พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
5. ติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด: ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากพบกรณีที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ความมั่นคง หรือภาพลักษณ์ของประเทศ จะต้องรายงานกระทรวงมหาดไทยทราบโดยทันที พร้อมทั้งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ ข้อสั่งการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้เคยลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกชายหาดสาธารณะและที่ดินของรัฐ รวมถึงปัญหาผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หาดบางเทา โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้หาดบางเทาเป็น “บางเทา Sandbox” ในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ การแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการป้องกันผู้มีอิทธิพล
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ สิทธิ เสรีภาพ และความปลอดภัยของประชาชน ตลอดจนป้องกันมิให้ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มบุคคลใดใช้อำนาจ อิทธิพล หรือเครือข่ายผลประโยชน์เอารัดเอาเปรียบหรือคุกคามประชาชนในพื้นที่ได้
วันพืชมงคล 2569 เปิดคำทำนาย เสี่ยงทายของกิน 7 อย่าง พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
May 13, 2026วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมาย...

วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพลับพลาที่ประทับ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ท่ามกลางประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพระราชพิธีอย่างพร้อมเพรียง

สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีสำคัญที่ประกอบด้วย 2 พิธีรวมกัน ได้แก่ พระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหาร โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐานขอให้พืชพันธุ์ธัญญาหารของประเทศมีความอุดมสมบูรณ์
ส่วนพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ จัดขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ถือเป็นพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลและสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรไทย โดยกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาเหมาะสมต่อการเริ่มต้นฤดูกาลทำนา อันเป็นอาชีพหลักของประชาชนไทย ทั้งนี้ ฤกษ์การไถหว่านในปี 2569 อยู่ระหว่างเวลา 08.09-08.39 น. โดยผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนา ได้แก่ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ขณะที่เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์

ส่วนเทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวพรจิตรา จันทร์เจริญ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาวศรัญญา ทองคำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร นอกจากนี้ ยังมีผู้เชิญเครื่องอิสริยยศจำนวน 4 ราย และคู่เคียงในกระบวนแห่อิสริยยศพระยาแรกนาอีก 16 ราย เข้าร่วมในพระราชพิธี
สำหรับพระโคแรกนาในปีนี้ ได้แก่ พระโคพอ และ พระโคเพียง โดยพระโคพอ มีความสูง 165 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 226 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 210 เซนติเมตร อายุ 14 ปี ขณะที่พระโคเพียง มีความสูง 169 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 239 เซนติเมตร ความสมบูรณ์รอบอก 213 เซนติเมตร อายุ 14 ปี ส่วนพระโคสำรอง ได้แก่ พระโคเพิ่ม และ พระโคพูลซึ่งเป็นโคพันธุ์ขาวลำพูน
ภายหลังเสร็จสิ้นการประกอบพระราชพิธี มีการประกาศผลการเสี่ยงทายเพื่อพยากรณ์ความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารประจำปี โดยพระยาแรกนาได้ตั้งสัตยาธิษฐานและเสี่ยงทายหยิบผ้านุ่ง ปรากฏว่าปีนี้หยิบได้ผ้า 6 คืบ มีคำพยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในพื้นที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี ส่วนนาในพื้นที่ดอนอาจได้รับความเสียหายและให้ผลผลิตไม่เต็มที่
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งในและนอกเขตชลประทาน เพื่อรองรับการอุปโภคบริโภคและภาคการเกษตรอย่างเหมาะสม พร้อมบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งที่อาจเกิดขึ้น ในการนี้ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำหน้าที่ถวายรายงานผลการพยากรณ์เสี่ยงทายผ้านุ่งของพระยาแรกนา รวมถึงผลการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง ต่อหน้าพระที่นั่งด้วย

สำหรับพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2569 พราหมณ์จะเสี่ยงทายของกิน 7 อย่าง ที่ตั้งเลี้ยงพระโค เมื่อพระโคกินของสิ่งใด โหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์ คือ หากพระโคกิน ข้าวหรือข้าวโพด พยากรณ์ว่า ธัญญาหาร ผลาหาร จะบริบูรณ์ดี พระโคกิน ถั่วเขียวหรืองา พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดีพระโคกิน น้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี และหากพระโคกิน เหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็นวันเกษตรกร ประจำปีด้วย เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคล เพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตลอดมา
ในปีนี้ กรมการข้าวทำหน้าที่ในการจัดเตรียมพันธุ์ข้าวพระราชทานและพันธุ์พืช ซึ่งนำมาใช้ในงานพระราชพิธีฯ โดยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนำพันธุ์ข้าวทรงปลูกในฤดูนาปี 2568 โครงการนาทดลองในโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดามาใช้ในงานพระราชพิธีฯ ประจำปี 2569 ประกอบด้วย พันธุ์ข้าวนาสวน จำนวน 5 พันธุ์ ได้แก่ 1) ขาวดอกมะลิ 105 จำนวน 1,295 กิโลกรัม 2) กข 79 จำนวน 550 กิโลกรัม 3) กข 85 จำนวน 990 กิโลกรัม 4) กข 99 (หอมคลองหลวง 72) จำนวน 520 กิโลกรัม 5) กข 109 (หอมพัทลุง 72) จำนวน 600 กิโลกรัม
และพันธุ์ข้าวเหนียว จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ 1) กข 6 จำนวน 592 กิโลกรัม และ 2) กข 26 (เชียงราย 72) จำนวน 600 กิโลกรัม เป็นน้ำหนักรวมทั้งสิ้น 5,147 กิโลกรัม ถือเป็น พันธุ์ข้าวทรงปลูกพระราชทาน บรรจุในซองพลาสติกแจกจ่ายให้บรรดาพสกนิกร ประชาชนผู้สนใจ และชาวนา ทั่วประเทศรับไปเป็นมิ่งขวัญและสิริมงคลในการประกอบอาชีพการเกษตร

ได้รู้สักที!!! อาการจู่ๆ ลืมว่าจะพูด-จะทำอะไร “หมอวี” เฉลยเกิดจากสาเหตุใด ใช่อัลไซเมอร์ไหม?
May 12, 2026ทุกคนเคยเป็น! จู่ๆ ลืมว่าจะพูด-จะทำอะไร เหนื่อย ล้า ลืม สมาธิสั้น อาจเป็นสัญญาณ “สมองล้า” ไม่ใช่แค่อาการชั่วคราว นพ.วีรพันธ์ สุวรรณนาม...

ทุกคนเคยเป็น! จู่ๆ ลืมว่าจะพูด-จะทำอะไร เหนื่อย ล้า ลืม สมาธิสั้น อาจเป็นสัญญาณ “สมองล้า” ไม่ใช่แค่อาการชั่วคราว
นพ.วีรพันธ์ สุวรรณนามัย หรือ หมอวี ศัลยแพทย์ระบบประสาท และสมาชิกวุฒิสภา โพสต์คลิปผ่านทางเฟซบุ๊ก Veerapun Suvannamai ให้ความรู้เกี่ยวกับอาการที่เชื่อว่าแทบทุกคนเคยเป็นมาก่อน คือจู่ๆ ก็ลืมว่าจะพูดอะไร แม้ว่าคำนั้นจะเป็นคำพูดง่ายๆ ที่เรารู้จักดีก็ตาม หรือกำลังจะเดินมาหยิบของบางอย่าง แต่จู่ๆ ก็หลงลืมว่าตนเองกำลังจะมาหยิบอะไร ทำให้บาคนเกิดความกังวลขึ้นมาว่าตนเองกำลังเผชิญกับอัลไซเมอร์ หรือภาวะความจำเสื่อมหรือไม่
“ภาวะสมองล้า” ถือเป็นอาการที่พบได้บ่อยในยุคนี้ โดยเฉพาะคนที่ทำงานหนัก พักผ่อนน้อย ทำงานหน้าจอทั้งวัน หรือใช้ชีวิตอยู่กับความเครียดมากๆ ก็อาจจะเกิดอาการเหล่านี้ได้บ่อย สมาธิสั้นลง คิดช้า ความจำระยะสั้นแย่ลง อย่างไรก็ดี ความจริงแล้วอาการดังเช่นที่กล่าวไปข้างต้นนั้น มักจะไม่ถึงกับเรียกว่าเป็นโรค แต่เรียกว่าเป็นอาการของ “ภาวะสมองล้า” หรือ Brain Fog แต่ถ้าอาการเป็นบ่อยมากขึ้น ก็ควรไปตรวจกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ส่วนสาเหตุของภาวะสมองล้านั้น สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่นพักผ่อนน้อย หรือมีคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลต่อโรคด้านความจำต่างๆ ด้วย
น้ำตาลในเลือดผันผวนมากในระหว่างวัน โดยอาจเกิดจากการทานอาหารหวานจัด ส่งผลให้น้ำตาลตก และสมองขาดพลังงานทันทีทันใด
มีอาการเครียดเรื้อรัง ส่งผลให้ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูงขึ้น ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลให้ฝ่อลงได้
มีปัญหาการดูดซึมอาการในลำไส้ ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสมอง
เพราะฉะนั้นวิธีฟื้นฟูสุขภาพจากอาการภาวะสมองล้า ก็คือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ, ลดทานอาหารหวานจัด, เสริมวิตามิน, ออกกำลังกายเบาๆ รวมทั้งฝึกสมาธิ โดยคุณหมอย้ำทิ้งท้ายไว้ว่า “เรื่อง Brain Fog ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ มันกำลังบอกเราว่าสมองต้องการการดูแลที่มากกว่า เป็นพิเศษกว่าในปัจจุบัน ไม่อย่างนั้นในระยะยาว ก็อาจจะเกิดสมองเสื่อม สมองฝ่อขึ้นมาได้”
สุดเศร้า เปิดโพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล ก่อนถูกฟ้าผ่าดับ
May 12, 2026วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีรายงานเกิดเหตุสลดกลางไร่มันสำปะหลังบริเวณรอยต่อระหว่างหมู่ 1 ตำบลนาแส่ง อำเภอเกาะคา และหมู่ 4 ตำบลแม่ก๊วะ อำเ...

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีรายงานเกิดเหตุสลดกลางไร่มันสำปะหลังบริเวณรอยต่อระหว่างหมู่ 1 ตำบลนาแส่ง อำเภอเกาะคา และหมู่ 4 ตำบลแม่ก๊วะ อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง หลังนางจันทร์ดี เขื่อนใจ อายุ 56 ปี และ นายนวริช เขื่อนใจ อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นป้ากับหลาน ถูกฟ้าผ่าเสียชีวิตขณะเข้าไปเก็บข้าวของในกระท่อม

เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ต.ต.โยธิน เทศศรีเมือง สว.(สอบสวน) สภ.สบปราบ รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิต 2 รายภายในไร่มันสำปะหลัง หลังเดินทางไปตรวจสอบพบว่าร่างผู้เสียชีวิตถูกนำส่งโรงพยาบาลสบปราบไปก่อนแล้ว จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุทั้งสองพร้อมครอบครัวพากันไปปลูกมันสำปะหลัง กระทั่งช่วงเย็นท้องฟ้ามืดครึ้มและฝนตั้งเค้า ทั้งคู่พร้อมชาวบ้านอีก 1 คน จึงเข้าไปเก็บข้าวของที่กระท่อมกลางไร่ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ต้นไม้ใหญ่ ก่อนจะเกิดฟ้าผ่าลงมาอย่างรุนแรงจนทั้งสองเสียชีวิตทันที
สำหรับ น้องเติ้ล เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิศวกรรมไฟฟ้าอุตสาหกรรม ของมหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง เคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค์การบริหารนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2568 ได้รับตำแหน่งเดือนคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรมในกิจกรรม Stars of Industrial Technology ปี 2566 และเป็นนักฟุตบอลของทีม MAEKUE TEAM (แม่ก๊วะ) โดยก่อนเสียชีวิตเพียง 1 วัน เจ้าตัวเพิ่งโพสต์ภาพฉลองแชมป์สบปราบคัพ พร้อมข้อความว่า ขออนุญาตเเชมป์อีกสักปี 2สมัย #สบปราบคัพ #เเม่กัวะ city

เปิดโพสต์สุดท้าย น้องเติ้ล ก่อนถูกฟ้าผ่าดับ
เรียบเรียงโดย มุมข่าว
ฟิวส์ขาด! กำนันดัง รัว 11 มม. ใส่เจ้าของโรงหมูคารถหรู เผยชนวนเหตุทำคนอึ้ง
May 12, 2026วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุยิงกันหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ส่งผลให้ นายอุดมพงษ์ อา...

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุยิงกันหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม ส่งผลให้ นายอุดมพงษ์ อายุ 54 ปี เจ้าของโรงหมู ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่ผู้ก่อเหตุคือ นายคมศักดิ์ ซึ่งเป็นกำนันในพื้นที่ ยืนรอมอบตัวกับตำรวจทันทีหลังเกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรนครปฐม ได้รับแจ้งเหตุความรุนแรงบริเวณหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ตำบลสนามจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม จึงประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์เข้าตรวจสอบอย่างเร่งด่วน
ที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อคือ นายอุดมพงษ์ อายุ 54 ปี มีอาชีพเป็นเจ้าของโรงหมู อาการสาหัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิได้ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน
จากการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์เบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุและผู้บาดเจ็บมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันตั้งแต่ภายในสถานบันเทิง ก่อนที่การ์ดของร้านจะเชิญตัวทั้งสองฝ่ายออกมาเคลียร์ปัญหาด้านนอก เนื่องจากสถานบันเทิงใกล้ปิดทำการและใกล้ถึงเวลาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าตรวจพื้นที่
ภายหลังออกมาด้านนอก ทั้งสองฝ่ายยังคงมีปากเสียงกันอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่นายคมศักดิ์จะใช้อาวุธปืนก่อเหตุ ขณะนายอุดมพงษ์กำลังนั่งอยู่ภายในรถยนต์ BMW ป้ายแดง จากนั้นนายคมศักดิ์ได้ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในที่เกิดเหตุทันที
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งประเด็นสาเหตุของเหตุการณ์ไว้ 2 ประเด็น คือ ความขัดแย้งเรื่องความหึงหวง เนื่องจากภรรยาเก่าของผู้ก่อเหตุมีความสัมพันธ์กับผู้บาดเจ็บ และปัญหาเรื่องการเงิน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



