ร้องไห้โฮ นศ.สาวตรวจเจอมะเร็ง ฟังหมอเผยสาเหตุ “เครื่องดื่ม” ที่แม่ย้ำให้กินทุกวัน

นศ.หญิงอายุแค่ 22 ร้องไห้ตรวจเจอมะเร็ง ช็อกซ้ำหมอชี้ “เครื่องดื่ม” ที่ดื่มทุกวัน แท้จริงเป็นพิษต่อร่างกาย เด็กหญิงคนนี้ชื่อ “เยน เยน” ...




นศ.หญิงอายุแค่ 22 ร้องไห้ตรวจเจอมะเร็ง ช็อกซ้ำหมอชี้ “เครื่องดื่ม” ที่ดื่มทุกวัน แท้จริงเป็นพิษต่อร่างกาย
เด็กหญิงคนนี้ชื่อ “เยน เยน” (นามสมมุติ) หญิงสาวอายุ 22 ปี ปัจจุบันเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยในเมืองเทียนจิน ประเทศจีนแต่เดิมก็เป็นคนที่เรียนหนักอยู่แล้ว โดยเฉพาะตอนนี้ที่กำลังเตรียมตัวสำหรับการสอบสำเร็จการศึกษา และกำลังศึกษาเพื่อสอบเข้าปริญญาโท ดังนั้น จึงใช้ความพยายามมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม เรียนตั้งแต่เช้าถึงดึกทุกวัน



“ได้ยินมาว่าการดื่มนมถั่วเหลืองดีต่อตับ เลยบอกให้ลูกสาวซื้อถั่วเหลืองมาทำนมดื่มทุกวันเพื่อสุขภาพที่ดี เธอยังเชื่อฟังมากและยังคงนิสัยชอบดื่มนมถั่วเหลืองมาเป็นเวลาสองปีแล้ว” แม่ของหญิงสาวเล่า
อย่างไรก็ดี ช่วงที่ผ่านมาหญิงสาวเริ่มรู้สึกเหนื่อยและเซื่องซึมกว่าปกติ มักมีอาการท้องเสียบ่อยครั้ง ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะเครียดเกินไป ทำให้รู้สึกเหนื่อยและมีปัญหาทางเดินอาหาร จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน อาการท้องร่วงก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีอาการปวดท้องรุนแรงอีกด้วย เมื่อเห็นว่าสุขภาพย่ำแย่จึงขอให้เพื่อนร่วมชั้นพาเธอไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล



นิสัยที่เป็นพิษต่อร่างกาย ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งตับ
เมื่อตรวจประวัติการรักษาของหญิงสาว แพทย์พบว่ามักจะซื้อถั่วเหลืองมาต้มเป็นนมดื่มเอง และเพื่อประหยัดเงินจึงมักจะซื้อถั่วเหลืองมาครั้งละจำนวนมาก และเก็บใส่ถุงไว้นานหลายเดือน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการเก็บรักษาไม่ดี ถั่วเหลืองจึงเริ่มขึ้นราหลังจากผ่านไป 1 เดือน แต่เพราะกำลังประหยัดเงินจึงไม่ทิ้งมันไป แต่นำมาล้างส่วนที่ขึ้นราแล้วใช้ต่อ



แพทย์อธิบายว่าถั่วเหลืองที่ขึ้นราจะก่อให้เกิดแบคทีเรียและสารพิษจำนวนมาก รวมถึงเชื้อราอะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) ซึ่งเป็นพิษอย่างยิ่งต่อร่างกาย โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ยังได้ระบุให้เป็นสารก่อมะเร็งอีกด้วย
ตามเอกสารการวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) เชื้อราอะฟลาทอกซินมีความเสถียรต่อความร้อนสูง แม้ว่าการปรุงอาหารที่อุณหภูมิสูงจะทำลายสปอร์ของเชื้อรา แต่สารพิษของพวกมันก็ไม่สามารถทำลายได้จนหมดสิ้น ดังนั้น การทานอาหารที่มีเชื้อราอาจทำให้อะฟลาทอกซินเข้าสู่ร่างกายได้ หากภาวะนี้เกิดขึ้นเป็นระยะเวลานาน อาจก่อให้เกิดพิษเรื้อรัง ทำลายเซลล์ตับ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งตับ



You Might Also Like

0 comments