ด่วน! ไม่รอดแล้ว ป.ป.ช.ชี้มูล อดีต ส.ส.พรรคดัง เหตุเล่นพนันในสภา

วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลค...




วันที่ 20 มีนาคม 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรณีกระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต ภายในห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา



โดยข้อเท็จจริงจากการไต่สวนพบว่า วันที่ 11 มกราคม 2566 ซึ่งเป็นวันปฏิบัติราชการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และมีการประชุมของคณะกรรมาธิการศึกษา การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 120 รวมถึงการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 5 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง ณ อาคารรัฐสภา นายชัยทิพย์ ซึ่งขณะนั้นเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 3 จังหวัดราชบุรี และดำรงตำแหน่งกรรมาธิการ ได้เข้าร่วมประชุมตามหน้าที่



ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม เวลาประมาณ 13.15 น. ถึง 16.00 น. นายชัยทิพย์ได้ร่วมเล่นไพ่สามกองกับบุคคลอื่นหลายคน ภายในห้องทำงานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข CA 535 ชั้น 5 อาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นสถานที่ราชการและอยู่ในเวลาราชการ โดยมีการใช้ชิปแทนเงินสดและนับแต้ม อันมีลักษณะเป็นการเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยการพนัน
นอกจากนี้ ยังมีการจัดเตรียมโต๊ะสี่เหลี่ยมที่ไม่ใช่ทรัพย์สินของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนำมาใช้เล่นการพนันโดยเฉพาะ การกระทำดังกล่าวถือเป็นการไม่รักษาไว้ซึ่งชื่อเสียงและเกียรติภูมิของสภาผู้แทนราษฎร ไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน และก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างร้ายแรง



คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนายชัยทิพย์เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 12 และข้อ 17 ประกอบข้อ 27 วรรคสอง
จึงมีมติให้เสนอเรื่องต่อศาลฎีกา เพื่อวินิจฉัยการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 87 ต่อไป.



You Might Also Like

0 comments